ความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา

ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทย-แคนาดามีความสัมพันธ์ราบรื่นและเป็นมิตร มีการส่งเสริมความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อกัน นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2504 ซึ่งครบรอบความสัมพันธ์ 50 ปี ในปี 2554 ที่ผ่านมา

เมื่อปี พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ เยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศแคนาดาได้กล่าวถึงความสำคัญที่รัฐบาลแคนาดาให้กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทย และสนับสนุนอย่างเต็มที่กับรัฐบาลไทยในการรักษาและปกป้องสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างไทย-แคนาดา พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีเยือนแคนาดาเมื่อปี 2527 และนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเยือนแคนาดาระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 5 ตุลาคม 2537 ยังไม่มีนายกรัฐมนตรีไทยไปเยือนแคนาดา อย่างไรก็ดี นาย Stephen Harper นายกรัฐมนตรีของแคนาดาเยือนไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ 22-24 มีนาคม 2555

ไทยและแคนาดาให้ความสำคัญกับประเด็นด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ การเป็นคู่เจรจาทั้งในระดับ World Trade Organization (WTO) และ Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) รวมถึงการ่วมมือในด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการเข้ามีส่วนร่วมกับอาเซียน โดยในปี 2555

ได้มีการดำเนินกิจกรรมฉลองความสัมพันธ์อาเซียนแคนาดาครบรอบ 35 ปี

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา มีอาณาเขตครอบคลุมเกรเนดา  ตรินิแดดและโตเบโก จาเมกา และสาธารณรัฐโดมินิกัน เอกอัครราชทูตคนปัจจุบันคือนายพิศาล มาณวพัฒน์ เข้ารับหน้าที่เมื่อ 28 ตุลาคม 2556 รวมทั้งตั้งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์ โดยมีนางสุทธิลักษณ์ สง่ามั่งคั่ง ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ เพื่อดูแลมณฑลด้านตะวันตก สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย มีเขตอาณาครอบคลุม ลาว กัมพูชา และพม่า

ความสัมพันธ์ด้านการค้า

ในปี 2554 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-แคนาดา มีมูลค่ารวมประมาณ  2,572.18  ล้านดอลลาร์แคนาดา การส่งออกของแคนาดามาไทยมีมูลค่า 991.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมีมูลค่า 1,580.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 589.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกจากไทยไปแคนาดา ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง ข้าว เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ

สินค้าส่งออกจากแคนาดามาไทย ได้แก่ ปุ๋ย พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เยื่อกระดาษ ทองคำ แผงวงจรไฟฟ้า สินแร่โลหะ เครื่องจักไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องบิน อุปกรณ์การบิน เคมีภัณฑ์

สถิติการค้าไทย-แคนาดา
ข้อมูลอากรไทย
ข้อมูลอากรแคนาดา

ข้อมูลการค้าระหว่างไทย-แคนาดา

มกราคม 2556 - มกราคม2557

ความสัมพันธ์ด้านการลงทุน

การลงทุนของแคนาดาในไทยขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แคนาดาเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านชีวภาพและบริการด้านการแพทย์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการยกระดับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี

การลงทุนโดยตรงจากแคนาดาในไทยระหว่างปี 2549-2554 ที่ BOI อนุมัติมีจำนวนทั้งสิ้น 30 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 17,442.9 ล้านบาท โดยจัดอันดับตามมูลค่าที่ได้รับการอนุมัติ ดังนี้

  1. กิจการประเภทอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวน 6 โครงการ มูลค่าการลงทุน 14,221.17 ล้านบาท
  2. กิจการประเภทเคมีภัณฑ์และกระดาษ จำนวน 7 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1,939.4 ล้านบาท
  3. กิจการประเภทอุตสาหกรรมการเกษตร จำนวน 4 โครงการ มูลค่าการลงทุน 555 ล้านบาท

เมื่อปี 2553 บริษัท Canadoil ซึ่งผลิตท่อน้ำมันและก๊าซ และได้จัดตั้งโรงงานที่จังหวัดระยองตั้งแต่ปี 2543 ได้รับสิทธิพิเศษจาก BOI เพื่อลงทุนเพิ่มในประเทศไทย โดยโครงการของบริษัท Canadoil ที่จะตั้งโรงงานผลิตเหล็กที่จังหวัดระยองมีมูลค่า 21.99 พันล้านบาท และมีความสามารถในการผลิตเหล็ก 1.5 ล้านตันต่อปี การลงทุนของบริษัท Canadoil จะสร้างงานในคนไทยราว 1,000 ตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 ธนาคารธนชาติ ซึ่ง Bank of Nova Scotia ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 49 ได้ประกาศการควบกิจการกับธนาคารนครหลวงไทยด้วยการเข้าไปซื้อหุ้นร้อยละ 48  การควบกิจการดังกล่าวถือว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Bank of Nova Scotia ในเอเชีย โดยธนาคารธนชาติกลายเป็นธนาคารใหญ่ลำดับ 5 ของไทย ซึ่งมี 660 สาขาและมีพนักงานถึง 18,000 คน เป็นการสอดคล้องกับนโยบายของไทยที่สนับสนุนการควบกิจการภายในประเทศ โดยการเข้าซื้อธนาคารนครหลวงไทยครั้งนี้ทำให้ Bank of Nova Scotia เคลื่อนย้ายทุนเข้ามาในไทย 650 ล้านดอลลาร์แคนาดา ซึ่งเป็นเงินทุนที่นอกเหนือจากการลงทุนจำนวน 550 ล้านดอลลาร์แคนาดาในธนาคารธนชาติก่อนหน้านี้

สำหรับการลงทุนของไทยในแคนาดา นั้น เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 บริษัท ปตท. เนเธอร์แลนด์ โฮลดิ้ง หรือ ปตท. สผ. เอ็นแอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปตท. สผ. จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามใน Partnership Unit Sale Agreement กับบริษัท Statoil Canada Ltd. และบริษัท Statoil Canada Holding Corp. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Statoil ASA เพื่อร่วมลงทุนในอัตราร้อยละ 40 ในแหล่ง Oil Sands Kai Kos Dehseh (KKD) ในแคนาดา คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 2,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.84 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนนอกประเทศ (offshore investment) ที่มีมูลค่ามากที่สุดของไทย

แรงงานไทยในแคนาดา

ปัจจุบันแรงงานไทยที่เดินทางไปอาศัยอยู่ในแคนาดามีประมาณ 500 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญระดับสูง 2) กลุ่มคนงานที่เดินทางไปทำงานในโรงงานเย็บผ้าที่นครวินนิเพก รัฐแมนิโทบา 3) กลุ่มคนงานภาคเกษตร ทั้งนี้ แรงงานส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานภาคเกษตร และอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละรัฐ โดยเฉลี่ย  9.40 – 11.00  ดอลลาร์แคนาดาต่อชั่วโมง

ความสัมพันธ์ในระดับประชาชน

ปัจจุบันมีชาวแคนาดาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 190,000 คนต่อปี และใช้จ่ายคราวละประมาณ 49,000 บาท และจัดเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีชาวแคนาดาอาศัยอยู่ในประเทศไทยประมาณ 10,000 คน ส่วนความพันธ์ด้านการศึกษา วิจัย และแลกเปลี่ยนความรู้

สถาบันการศึกษาในแคนาดาได้มีข้อตกลงกับสถาบันการศึกษาของไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกัน ปัจจุบันมีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในรัฐออนแทริโอ ควิเบก บริติชโคลัมเบีย แมนิโทบา และซัสแคตเชวัน